วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551

เทคโนโลยีออนไลน์กับชีวิตประจำวัน

ปัจจุบันเทคโนโลยีออนไลน์ถือเป็นส่วนสำคัญต่อชีวิตประจำวันของเรา ที่ช่วยให้ความสะดวกสบาย ในการติดต่อสื่อสารต่างๆ จนอาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่เราจะขาดไปไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูลออนไลน์ การติดต่อพูดคุยกับเพื่อน การทำธุรกิจ หรือธุรกรรมต่างๆ ผ่านทาง World Wide Web ในวันหนึ่งๆมีผู้คนใช้บริการสูงมาก การที่มีระบบออนไลน์เหล่านี้ช่วยประหยัดเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆให้แก่เราเป็นอย่างมาก เช่น การจองตั๋วรถโดยสาร ตั๋วภาพยนตร์ เครื่องบิน ที่สามารถทำผ่านหน้าเวปไซต์ โดยที่เราไม่ต้องไปจัดการถึงที่ เพียงแค่เราจัดการจอง แล้วไปยืนยันตามเวลาที่กำหนด เท่านี้ก็ประหยัดเวลาของเราไปได้เยอะ โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันที่กล่าวได้ว่า เวลาเป็นเงินเป็นทอง นอกจากนี้ การเจรจาธุรกิจก็ทำได้สะดวกสบายขึ้น การโอนเงินออนไลน์ ช่วยประหยัดเวลา และทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น การทำธุรกรรมต่างๆ เช่น เสียภาษี จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ผ่านทางอินเตอร์เนตก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เรียกได้ว่าไม่ว่าเราต้องการทำอะไรก็สามารถทำผ่านบริการออนไลน์ได้หมด ทั้งสั่งอาหาร ซื้อสินค้า ทุกอย่างจัดการได้ง่ายดาย เพียงแค่คลิ๊กเดียว แต่การทำกิจกรรมต่างๆออนไลน์นี้ก็ยังมีข้อควรระวัง นั่นคือ การเก็บข้อมูลควรจะมีความปลอดภัย เนื่องจาก อาจถูกแฮกเกอร์เจาะและขโมยข้อมูลสำคัญๆของเราได้ อีกทั้งการที่เทคโนโลยีออนไลน์ก้าวหน้าไปมาก ทำให้คนเราออกจากบ้าน เพื่อไปทำกิจกรรมต่างๆน้อยลง คนเราเป็นปัจเจกบุคคลมากขึ้น ความเห็นแก่ตัวก็จะมีมากขึ้น ทำให้ รูปแบบสังคมมีความเปลี่ยนแปลงไปได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เกิดเป็นปัญหาขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ยังสามารถที่จะป้องกันและแก้ไขได้ โดยทุกอย่างเริ่มที่ตัวของเราเอง เราควรรู้จักใช้วิจารณญาณในการแยกแยะเวลา กิจกรรม สังคมต่างๆ ว่าอันไหนเป็นจริง อันไหนสมควร ไม่ควรเอาแต่ขลุกตัวอยู่แต่ในโลกออนไลน์ การที่มีเทคโนโลยีออนไลน์เกิดขึ้นนั้นมีจุดประสงค์ที่แท้จริงคือ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเรา ดังนั้นการใช้เวลาอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรตระหนักและเอาใจใส่

ภัยร้ายอีกด้านของเทคโนโลยี

เรารู้อยู่แล้วว่าเทคโนโลยี มีความสำคัญในชีวิตประจำวันมาก แต่ไม่มีอะไรดีเลิศเสมอไป ข้อเสียก็ยังคงมีตามมาอีกมากมาย ซึ่งในที่นี้จะชี้ให้เห็นถึงข้อเสียอย่างหนึ่งจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี นั่นคือ ผลกระทบที่กระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เป็นการเบียดเบียน และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่ง ในวันหนึ่งๆเราจะเห็นข่าวเกี่ยวกับคลิปวีดีโอมากมาย ไม่เฉพาะเรื่องเกี่ยวกับเพศ แต่ยังรวมไปถึงการทะเลาะเบาะแว้งกันของวัยรุ่น เราจะเห็นตามหน้าข่าวที่ว่า มีการหลุดของคลิปวีดีโอมากมายในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงภาพหลุด ภาพลับทั้งหลาย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของบุคคลนั้นๆ อย่างร้ายแรง สิ่งเหล่านี้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงมาก ไม่นับเฉพาะตัวบุคคล แต่อาจรวมไปถึงสถาบันต่างๆได้ ยกตัวอย่างง่ายๆที่เห็นกันได้ชัด นั่นคือ ผู้มืชื่อเสียงอย่างดารานักแสดงถูกแอบถ่ายภาพโดยปาปารัสซี่ ถึงพฤติกรรมที่เป็นเรื่องส่วนตัว ทำให้เกิดความอึกอัด รวมถึงเป็นการทำลายภาพลักษณ์ ชื่อเสียง ของคนเหล่านั้นอีกด้วย
เรื่องเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ควรจะได้รับการแก้ไข บุคคลที่ทำก็ควรจะมีจิตสำนึกที่ดีขึ้น เนื่องจากการกระทำอย่างนี้นั้นถือเป็นการใช้เทคโนโลยีไปในทางที่ผิด ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วเทคโนโลยีมีประโยชน์มากมาย แต่มันขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ของแต่ละบุคคล หากใช้ไปในทางที่ดีที่ถูกย่อมเกิดประโยชน์มหาศาล ยกตัวอย่างเช่น การใช้กล้องวีดีโอ หรือกล้องถ่ายรูปในการเก็บบันทึก เหตุการณ์ สถานที่ต่างๆที่สำคัญๆ ทำให้เราสามารถรำลึก และมีหลักฐานการพบเจอ ที่ในเวลาต่อมาย่อมต้องมีคุณค่า อย่างน้อยก็ต่อตัวของเราเอง
เรื่องภัยจากเทคโนโลยีนี้ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับเราแล้ว ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งที่คนเราทุกคนควรมีจิตสำนึก และใช้พิจารณาในการรับชม

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2551

“หุ้นออนไลน์ รวยได้ สนุกด้วย” (ตอนจบ)

มาถึงบทนี้ก็เป็นตอนสุดท้ายแล้วนะครับที่เราจะได้เรียนรู้โปรแกรม Set Click2Win กัน แล้วถ้าใครที่อยากคว้าแชมป์ให้ทันล่ะก็ต้องเร่งมือหน่อยนะครับ เพราะว่าเหลืออีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น การแข่งขันก็จะสิ้นสุดลงแล้ว แล้วก็ต้องอดใจรอไปแข่งอีกทีก็ปีหน้านู่น

สำหรับตอนนี้เราไปตะลุยโปรแกรมกันต่อเลยครับ


เมนูถัดมา (ต่อจากบทความที่แล้วนะครับ) ที่ควรทราบคือ เมนู 3Bids/3Offers

เมนูนี้เป็นเมนูที่แสดงรายละเอียดราคาเสนอซื้อ เสนอขายที่ดีที่สุด 3 อันดับแรก โดยแบ่งหน้าจอเพื่อแสดงรายละเอียดออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่


---ส่วนที่ 1 สำหรับเลือกเมนูที่ต้องการ


---ส่วนที่ 2 สำหรับแสดงรายละเอียดเสนอซื้อ เสนอขายที่ดีที่สุด 3 อันดับแรก พร้อมกัน 6 หลักทรัพย์ในหน้าเดียวโดยท่านสามารถเลือกหลักทรัพย์ที่สนใจดูได้ตามต้องการซึ่งรายละเอียดคำศัพท์ต่าง ๆ นั้นเหมือนกับ 3bids/3offers ในหน้า Market Watch


---ส่วนที่ 3 เป็นส่วนสำหรับส่งคำสั่งซื้อขายซึ่งได้อธิบายไว้แล้ว


เมนูต่อไป คือ เมนู Ticker

เมนูนี้สำหรับแสดงการซื้อขายหลักทรัพย์รายตัวในตลาดหลักทรัพย์ ณ ขณะนั้นโดยแบ่งหน้าจอได้เป็น 3 ส่วน ดังนี้


---ส่วนที่ 1 เป็นส่วนสำหรับเลือกคำสั่งเพื่อแสดงหน้าจอต่าง ๆ และภาพรวมตลาด


---ส่วนที่ 2 แสดงรายการซื้อขายหลักทรัพย์ ณ ขณะนั้น โดยจะแสดง 3 แถว ๆ ละ 23 หลักทรัพย์ โดยแถบลูกศรจะแสดงรายการที่เกิดขึ้นล่าสุดไล่เรียงจากซ้ายไปขวา ซึ่งมีความหมายตามศัพท์แต่ละคอลัมน์ดังนี้


Stock คือ ชื่อย่อหลักทรัพย์
Side คือ รายการที่เกิดขึ้นจากการซื้อหรือขายโดยจะแสดงเป็นตัวอักษร B เมื่อเกิด
รายการซื้อ และตัวอักษร S เมื่อเกิดรายการขาย
Volume คือ ปริมาณของรายการซื้อขายที่เกิดขึ้น
Price คือ ราคาซื้อขายที่เกิดขึ้น
Change คือ ราคาเปลี่ยนแปลงของราคาซื้อขายที่เกิดขึ้นกับราคาปิดวันก่อน


สำหรับหน้าเมนูนี้นั้นท่านสามารถเลือกดูข้อมูลได้ 2 ลักษณะคือ แบบทั่วไปซึ่งจะแสดงการซื้อขายทีละรายการโดยรูปแบบนี้จะแสดงเมื่อท่านเปิดโปรแกรม และแบบ sum ซึ่งจะแสดงการซื้อขายแบบรวม ซึ่งหากท่านต้องการให้แสดงเป็นแบบ mode sum สามารถคลิกที่กล่องสี่เหลี่ยมหน้า sum ได้ทันที


---ส่วนที่ 3 เป็นส่วนสำหรับส่งคำสั่งซื้อขายซึ่งได้อธิบายไว้แล้ว

สำหรับเมนูรองสุดท้ายคือเมนู Stock Summary ซึ่งมีลักษณะการใช้งาน ดังนี้

หน้าเมนูนี้ใช้สำหรับแสดงข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ของหลักทรัพย์ที่เลือก ณ ขณะนั้นซึ่งสามารถแบ่งหน้าจอออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้


---ส่วนที่ 1 สำหรับเลือกเมนู และแสดงภาพรวมของตลาด


---ส่วนที่ 2 แสดงข้อมูลซื้อขายหลักทรัพย์ที่เลือก ณ ขณะนั้นซึ่งแบ่งได้เป็น 2 แบบ ดังนี้

แบบที่ 1




---ส่วนที่ 1 แสดงรายการ ดังนี้

Symbol คือ ชื่อย่อหลักทรัพย์
Last Done คือ ราคาซื้อขายล่าสุด
Chg (Change) คือ ผลต่างราคาซื้อขายครั้งล่าสุดกับราคาปิดวันก่อนทำการก่อนหน้า
%Chg (%Change) คือ ร้อยละของผลต่างราคาซื้อขายครั้งล่าสุดกับราคาปิด
Volume คือ ปริมาณการซื้อขาย
Value (‘000’) คือ มูลค่าการซื้อขาย (พันบาท)
Average คือ ราคาซื้อขายเฉลี่ย
Average Buy คือ ราคาซื้อเฉลี่ย
Average Sell คือ ราคาขายเฉลี่ย
Day High คือ ราคาสูงสุด
Day Low คือ ราคาต่ำสุด
Closing Price คือ ราคาปิด
Open 2 คือ ราคาที่คาดว่าจะเปิดในช่วงเวลาที่ 2
Floor คือ ราคาหลักทรัพย์ที่สามารถปรับราคาลดลงได้สูงสุดของวัน
Ceiling คือ ราคาหลักทรัพย์ที่สามารถปรับราคาเพิ่มขึ้นได้สูงสุดของวัน


---ส่วนที่ 2 แสดงราคาเสนอซื้อ เสนอขายที่ดีที่สุด 3 อันดับ

---ส่วนที่ 3 แสดงราคาซื้อขายเฉพาะหลักทรัพย์นั้นในตลาดหลักทรัพย์

---ส่วนที่ 4 เป็นตารางแสดงปริมาณการซื้อขายของหลักทรัพย์นั้น ปริมาณการซื้อขายของกลุ่มอุตสาหกรรมของหลักทรัพย์นั้น และปริมาณการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์


แบบที่ 2


---ส่วนที่ 1 อธิบายได้เช่นเดียวกับแบบที่ 1

---ส่วนที่ 2 เป็นการแสดงปริมาณการซื้อและขายในแต่ละช่วงราคา ดังนี้

# Executed , Buy Volume คือ จำนวนคำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละราคา ,
ปริมาณหลักทรัพย์ที่เกิดจากการซื้อในแต่ละราคา
Price คือ ราคาที่มีการซื้อขายในวันนั้น
# Executed , Sell Volume คือ จำนวนคำสั่งขายที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละราคา ,
ปริมาณหลักทรัพย์ที่เกิดจากการขายในแต่ละราคา
Total คือ ปริมาณหลักทรัพย์ที่เกิดจากการซื้อขายที่ราคานั้น



สำหรับเมนูสุดท้ายของโปรแกรม Set Click2win ที่จะอธิบายในบทความนี้ คือ เมนูปรับค่า หรือ Settings Menu


สำหรับเมนูนี้จะแสดง Pop – up ขึ้นมาเพื่อปรับค่า และแสดงปุ่มลัดต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น สำหรับโปรแกรมที่เราเล่นนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับค่าใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อทุกท่านได้อ่านบทความนี้แล้ว ก็อาจจะช่วยให้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเล่นเกมหุ้นออนไลน์ได้มากขึ้น และสนุกกับการเล่นเกมมากยิ่งขึ้น ขอให้ทุกท่านสนุก และรับสาระความรู้เกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อย่างเต็มที่ครับ


เขียนโดย 
นายมงคล บุตรเริ่ม

ประโยชน์ของ Flash Drive

Flash Drive หรือ Handy Drive เป็นอุปกรณ์ IT นวัตกรรมเทคโนโลยีล่าสุด ที่มีความสามารถสูงและนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำในการทำงาน ในการติดตามหาข้อมูลข่าวสาร หรือเพื่อความบันเทิง


เรามาดูกันว่าเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้มีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

เก็บข้อมูลการติดต่อ เช่นเบอร์โทรศัพท์ หรือ Addressbook เพื่อความสะดวกในการใช้งานทุกที่

ใช้เก็บข้อมูลที่ดาวน์โหลด, ไฟล์งาน, หรือโน๊ตข้อความ เวลาคุณใช้คอมพิวเตอร์ที่ Internet Cafe

ย้ายข้อมูลหรือไฟล์ ได้อย่างสะดวกง่ายดาย ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่อง, หรือระหว่างคอมพิวเตอร์กับโน๊ตบุ๊ค

ใช้เก็บรูปภาพจากกล้องดิจิตอล เพื่อนำไปโชว์เพื่อนๆ

ฟังเพลง MP3 ได้โดยตรงทุกที่ทุกเวลา (เฉพาะรุ่นที่มี MP3 Player)

ใช้เป็นฮาร์ดดิสส่วนตัว เก็บข้อมูลทุกอย่างในที่เดียว สำหรับพกพาไปใช้งานในที่ต่าง ๆ

เก็บข้อมูลสำคัญๆ แล้วป้องกันข้อมูลด้วยระบบ Password และการเข้ารหัสข้อมูล Data Encryption

ใช้แบ็คอัพข้อมูลสำคัญหรือไฟล์ต่างๆ

ใช้เก็บข้อความ Email ต่างๆ ที่สำคัญ

• ใช้เก็บไฟล์งานชั่วคราว สำหรับเอาไว้ใช้งานหรือแก้ไขได้ทุกที่ (ที่บ้าน,ที่ทำงาน, ร้านอินเตอร์เน็ต, มหาลัย, หรือทุกที่ที่มีคอมพิวเตอร์)

เพิ่มคุณสมบัติและการใช้งานด้วย Add-on Software เช่นโปรแกรม Email, โปรแกรมแบ่ง Partition, Digital Lock โดยใช้งานจาก Flash Drive ได้โดยตรง ซึ่งทำให้เพิ่มขีดความสามารถใน

การใช้งานได้ไม่จำกัด

 

เมื่อเราใช้งาน Flash Drive แล้ว โดยเราเอาไปต่อกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นในหลายสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ตามคณะต่างๆ หรือร้านปรินส์ เรามักจะได้รับไฟท์ที่ไม่พึ่งประสงค์

ตามมาด้วย นั่นก็คือเจ้าไวรัสตัวร้ายกาจ ดังนั้นเราได้ศึกษาดูว่าเราจะพอป้องกันเจ้าไวรัสร้ายนั้น นอกจากการสแกนไวรัสด้วยโปรแกรมแล้ว เราจะมีวิธีการปกป้องคอมพิวเตอร์ของเราจากไวรัสที่มีพร้อมกับ Flash Drive ได้อย่างไร

 

การป้องกันไวรัสที่มากับ Flash drive or Handy drive

คุณคงจะเจอปัญหาไวรัสที่แอบแฝงมากับ Handy drive หรือ Flash drive กันพอสมควร เพราะติดต่อง่าย เพียงแค่ต่อ Handy drive เข้ากับคอมพิวเตอร์ ไวรัสมันก็พร้อมที่จะทำงาน เพื่อกระจายตัวเองได้ทุกเมื่อ บางตัวก็แค่ก่อความรำคาญ บางตัวอาจทำให้ต้องลง Windows ใหม่

 



ดังนั้นเรามาป้องกันไว้ก่อนดีกว่านะค่ะ กรณีที่จะแนะนำวันนี้คือ การปิดช่องทางในการกระจายของไวรัส จาก Handy drive หรือ Cd-rom เท่านั้นนะค่ะ ไม่รวมการแพร่กระจายทาง Network ตรงนั้น ว่ากันยาวครับ แต่ถ้าจะป้องกันไวรัสที่มากับ Handy drive ก็ตามมาอ่านได้เลยค่ะ

 

ขั้นตอนการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสกลุ่มนี้ ก็คือบังคับไม่ให้มันทำงานเมื่อนำ Handy drive มาต่อกับคอมพิวเตอร์ของเราในทันที เพราะโดยปกติ ใน Window 2000 , XP ระบบจะทำการอ่านไฟล์ใน Handy drive หรือ CD-Rom โดยอัตโนมัติ ทำให้เจ้าไวรัสตัวนี้ กระจายตัวได้อย่างสบาย แถมเมื่อเข้าไปอยู่ในเครื่องคอมฯ ของเราแล้ว ยังเอาออกยากซะด้วย การป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ การปิด Autorun ของอุปกรณ์ที่จะนำมาต่อกับคอมฯ ของเราซะ คราวนี้ มันก็ไม่มีทางแพร่กระจายเข้ามาในคอมฯ ของเราได้อีกต่อไป (แต่กรณีที่ ในเครื่องติดไวรัสไปแล้ว Scan แล้วลบออกไปก่อนนะค่ะ ... การ ตรวจ

จับ และลบไวรัสที่ติดไปแล้ว ค้นมาให้อีกที วันนี้เอาการป้องกันไปก่อนละกันนะ) ขั้นตอนการปิด Autorun ก็ง่ายๆ ค่ะ


ขั้นตอนแรก ไปที่ Start menu แล้วคลิ๊กที่ Run...



ให้พิมพ์คำว่า gpedit.msc แล้ว OK



จากนั้นจบเจอหน้าต่าง แบบรูปนี้



จากนั้นคลิ๊กตามลำดับเลยค่ะ



1 Administrative template--> 2 system --> 3 ให้ Double click ที่ Turn off Autoplay


กรณีของ win 2000 จะไม่ใช้คำว่า Turn off Autoplay นะครับ เหมือนจะใช้คำว่า Disabled Autorun นะค่ะ

เมื่อ Double click แล้วจะได้หน้าต่างโปรแกรม หน้าตาประมาณนี้ เลือก Enable และ

เลือก Turn off Auto play on --> All drive นะค่ะ

จากนั้น ก็ OK เท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ อาจจะลองทดสอบ โดยการเอาแผ่น CD ใส่เข้าไปในเครื่อง จะพบว่า windows ไม่ทำอะไรเลย ไม่เปิดแผ่น ไม่มี box อะไรทั้งสิ้น (หากมีแสดงว่า อาจทำขั้นตอนใดผิดไป หรือในเครื่องคอมฯ ของท่านมีสิ่งผิดปกติ) ส่วนใน windows ที่ version ต่ำกว่า win 2000 เข้าใจว่าตั้งไม่ได้นะค่ะ

 

แนะนำเพิ่มเติม

ทุกครั้งที่มีการนำเอา Handy drive มาต่อกับเครื่อง อย่า!! Double Click ที่ Handy drive ทันทีนะค่ะ เพราะหากทำเช่นนั้น ที่ทำมาข้างต้นก็ไม่มีประโยชน์ (โดยเฉพาะเครื่องที่ไม่มี Scan Virus) ให้ท่าน คลิ๊กขวาที่ drive ของ Handy drive ที่นำมาต่อกับเครื่องคอมฯ จากนั้นเลือก Explore เพื่อเปิดเข้าไปใน Handy drive แทนการ Double click ค่ะ

 

กรณี Handy drive ปกติ (แบบที่เก็บข้อมูลอย่างเดียว ดูหนังฟังเพลงไม่ได้น่ะนะครับ) เมื่อคลิ๊กขวาตามที่บอกด้านบนแล้วจะไม่มีคำว่า Auto play โดยส่วนมากจะเจอประมาณในรูปภาพด้านล่าง หากท่านพบ Autoplay หรือ Autorun ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าในนั้นอาจมีไวรัสค่ะ ...

 

อ่อ...ลืมไปค่ะ อุปกรณ์ที่อาจมีไวรัสกลุ่มนี้ได้ ยังมีพวก Hardisk แบบพกพาด้วยนะค่ะ ขั้นตอนการตรวจเช็คและการเข้าใช้งาน ก็ให้ทำแบบเดียวกันค่ะ


ศิริพร อินทะจักร

เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายในชีวิตประจำวัน



ปัจจุบันมีเครื่องใช้ต่างๆ มากมายที่เราใช้เป็นประจำอยู่ทุกวัน อุปกรณ์และเครื่องใช้นั้นคุณเคยสังเกตุไมว่า มีอุปกรณ์หรือเครื่องใช้อะไรบางที่ใช้คลื่นสัญญาณแทนการใช้สายในการเชื่อมต่อการใช้งาน เรามาดูกันว่ามีอุปกรณ์อะไรบางที่มีลักษณะของการเชื่อมต่อแบบไร้สายและมีวิธีการเชื่อมต่อถึงกันอย่างไร

 

1 ของเล่นที่ใช้รีโมตคอนโทรล (Remote-Controlled Toys) ของเล่นที่ใช้รีโมตคอลโทรล อย่างเช่น รถหุ่นยนต์ เป็นต้น ถูกควบคุมแบบไร้สาย และของเล่นที่ตอบสนองเหมือนมีชีวิต เช่น ของเล่นระบบดิจิตอล เรียกว่าเพอร์บี้ (Furbies) จะใช้เทคโนโลยีแบบไร้สายส่งข้อมูลของตัวเองไปยังผู้อื่น

 

2 โทรศัพท์มือถือ (Cell Phone) นี่คืออุปกรณ์ที่ทุกๆ คน นึกถึงเมื่อกล่าวถึงเทคโนโลยีแบบไร้สาย

 

3 รีโมตคอลโทรล (Remote Control) 

ทุก ๆ ครั้งที่คุณกดรีโมตคอนโทรลเพื่อเปลี่ยนช่องสัญญาณ หรือเสียง หรืออื่น ๆ  คุณกำลังใช้เทคโนโลยีแบบไร้สายซึ่งใช้รังสีอินฟราเรด

 




4 ระบบเครือข่ายแบบไร้สาย (Wireless Network) บ้านหลาย ๆ บ้านทุกวันนี้ไม่ใช่มีแต่คอมพิวเตอร์เครื่องเดียว ระบบเครือข่ายโดยเทคโนโลยีแบบไร้สายสามารถเชื่อมต่อกันได้ และสามารถที่จะใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านทางเคเบิลโมเด็มได้ด้วย

 

5 เพจเจอร์ (Pager) เมื่อมีใครส่งข้อมูลถึงคุณ เทคโนโลยีแบบไร้สายกำลังถูกใช้ในการส่งสัญญาณ



 6 วิทยุ (Radio) วิทยุทุกชนิด รวมทั้งคลื่นวิทยุเอเอ็ม คลื่นวิทยุเอฟเอ็ม และวิทยุเคลื่อนที่ รับสัญญาณโดยการใช้เทคโนโลยีแบบไร้สาย




 

7 โทรทัศน์ (Television) สัญญาณภาพและเสียงของโทรทัศน์ถูกส่งแบบไร้สาย สัญญาณโทรทัศน์ที่คุณรับชมจากบริษัทเคเบิลนั้นถูกส่งมาแบบไร้สายผ่านทางดาวเทียม

 

8 คอมพิวเตอร์ปาล์มทอป (Palmtop Computer) คอมพิวเตอร์ปารล์มทอป อย่างเช่น ปาล์ม จะมีอุปกรณ์สื่อสารหรือโมเด็มอยู่ด้วย ดังนั้นจึงสามารถส่งหรือรับอีเมล์ และข่าวสารต่าง ๆ ได้

 



9 เครื่องรับส่งวิทยุระยะสั้น (Walkie-Talkies)  เครื่องรับส่งวิทยุระยะสั้นหรือ Walkie-Talkies ทั้งสมัยใหม่และเก่า ใช้เทคโนโลยีแบบไร้สาย

 


10 ตัวควบคุมการเปิดปิดประตู (Garage Door Opener) ทุกครั้งที่คุณเปิดประตูโรงงานของคุณคุณกำลังใช้เทคโนโลยีไร้สานเพื่อเปิดประตู


11 แม้ว่าคุณไม่ได้ใช้คลื่นไมโครเวฟในเตาอบของคุณในการสื่อสารเตาอบไมโครเวฟนั้นมีความเกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือและเทคโนโลยีไร้สายอื่น ๆ ในเรื่องที่คลื่นไมโครเวฟนั้นเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหมือนกันกับที่ใช้ในการสื่อสารไร้สาย

 

ข้อดี

  1. ช่วยลดปัญหาในการติดตั้งระบบเครือข่าย

  2. ช่วยลดปัญหาในการวางสายระบบเครือข่าย

  3. ไม่ต้องใช้สาย cable

  4. ช่วยให้เกิดความเป็นระเบียบ เรียบร้อย


ข้อเสีย

  1. มีอัตราการลดทอนสัญญาณสูง นั่นหมายความว่า ส่งสัญญาณได้ระยะสั้น

  2. มีสัญญาณรบกวนสูง

  3. ต้องแชร์กันใช้ช่องสัญญาณคลื่นความถี่เดียวกัน

  4. ยังมี หลายมาตรฐาน ตามผู้ผลิต แต่ละราย ทำให้ มีปัญหา ในการ ใช้งาน ร่วมกัน

  5. ราคาแพงกว่าระบบเครือข่ายแบบมีสาย

  6. มีความเร็วไม่สูงมากนัก

ศิริพร อินทะจักร