วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2551

ว่าด้วยเรื่องประโยชน์จาก Hi5

เชื่อว่า ณ เวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก Hi5 และหลาย ๆ คนนั้นคงจะมี Hi5 เป็นของตนเองแล้วด้วยซ้ำ ซึ่งก่อนที่ผมจะเล่าถึงประโยชน์ที่ได้จากการเล่น Hi5 ของผมนั้น เราลองมาทำความรู้จักกันดูดีกว่าว่า Hi5 นั้นคืออะไร Hi5 นั้นมีลักษณะคล้าย ๆ กับ msn space หรือพวก blogger ต่าง ๆ ที่เปิดให้บริการฟรีแก่สมาชิก
 
โดย Hi5 นั้นเปรียบเสมือนโฮมเพจส่วนตัวของเราที่เราสามารถอัพเดตโปรไฟล์ข้อมูลของเรา รูปภาพต่าง ๆ เขียนไดอารี่ และตกแต่งให้สวยงามได้ตามที่เราต้องการ Hi5 นั้นมีจุดแข็งตรงที่เข้าใจง่าย ไม่ต้องมาใส่โค้ดhtmlให้ยุ่งยากเหมือนกับของ msn  space ซึ่งทำให้คนที่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องคอมพิวเตอร์เท่าไหร่นักก็เล่นได้ Hi5 นั้นทำให้เราสามารถทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ๆ ได้ทั้งในประเทศไทยและจากทั่วโลก โดยผ่านการส่งคำเชิญ add friends ไปยังที่อยู่อีเมลของคนที่เล่น Hi5 ด้วยเช่นกัน นับตั้งแต่ผมเริ่มเล่น Hi5 เมื่อประมาณ
เกือบสองปีที่แล้วนั้น ซึ่งในช่วงนั้น Hi5 ยังไม่ได้รับความนิยมในเมืองไทยขนาดนี้ จากสถิตินั้นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้เล่น Hi5 มากเป็นอันดับสองของโลกเลยทีเดียว ผมใช้ประโยชน์จาก Hi5 ในการทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ และติดต่อพูดคุยกับเพื่อนเก่า ซึ่งบางครั้งเพื่อนใหม่ ๆ ก็เป็นชาวต่างชาติทำให้ผมได้พูดคุยเพื่อนแลกเปลี่ยนทัศนคติในเรื่องต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการฝึกภาษาไปในตัวด้วย ใช้ Hi5 ในการแนะนำเกี่ยวกับตัวเราให้ผู้อื่นได้รู้จัก เผื่อว่าอาจจะได้เจอคนที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กัน ซึ่งในบางครั้งผมก็ใช้พื้นที่บน Hi5 ในการเขียนไดอารี่เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ หรือพูดคุยบอกลถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเราให้ผู้อื่นรับรู้ ในบางครั้งเองผมก็ใช้ Hi5 เป็นเครื่องมือในการจีบสาวด้วยเช่นกัน

กล้องWi-Fi เทคโนโลยีไร้สายแต่ไม่ไร้การเชื่อมต่อ!


กล้องเทคโนโลยีไว-ไฟเครื่องแรกของโลกจากนิคอน นิคอนเปิดตัวกล้องดิจิตอลที่ฝังความสามารถในการทำงานร่วมกับเครือข่ายไว-ไฟตัวแรกของโลก เพื่อการส่งถ่ายข้อมูลระหว่างกล้องไปยังคอมพิวเตอร์พีซีและเครื่องพิมพ์ได้สะดวกรวดเร็ว กล้องดิจิตอลเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายไว-ไฟ (Wi-Fi) ตัวแรกของโลกจากนิคอนคือ Coolpix P1 และ P2 กำหนดการวางจำหน่ายในวันที่ 15 กันยายนนี้ ในราคา 549.95 และ 399.95 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 22,500 และ 16,400 บาท) ตามลำดับ ทั้ง Coolpix P1 และ P2 จะสามารถส่งภาพจากกล้องสู่เครื่องพีซีหรือเครื่องพิมพ์ผ่านทางเครือข่ายเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายมาตรฐาน 802.11b และ 802.11g ได้โดยตรง นอกจากนี้นิคอนยังเปิดแผนเตรียมวางจำหน่ายอุปกรณ์อแดปเตอร์สำหรับเชื่อมต่อกล้องเข้ากับเครื่องพิมพ์ ซึ่งใช้เทคโนโลยี PictBridge ในเดือนตุลาคมนี้ สนนราคา 49.95 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,050 บาท) จุดต่างระหว่าง Coolpix P1 และ P2 คือความละเอียด P1 มาพร้อมความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขณะที่ P2 มี 5 ล้านพิกเซล ขนาดกำลังดี 3.6 x 2.4 x 1.5 นิ้ว น้ำหนักเพียง 6 ออนซ์ หน้าจอแอลซีดีขนาด 2.5 นิ้ว สามารถบันทึกภาพวีดีโอความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที มีโหมดตัวเลือกสำหรับบันทึกภาพ 7 โหมดและโหมดสำหรับบันทึกเสียงจำนวน 6 โหมด การที่ผู้ใช้กล้องดิจิตอลไม่ต้องต่อสายเพื่อถ่ายโอนไฟล์ภาพจากตัวกล้องลงเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องพิมพ์นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะที่ผ่านมา มีผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลที่รองรับเทคโนโลยีบลูทูธออกสู่ตลาดแล้วหลายรุ่น แต่ในกรณีของนิคอน Coolpix P1 และ P2 เป็นกรณีแรกที่มีการใช้เทคโนโลยีเครือข่ายไว-ไฟ ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ด้านบริษัทคู่แข่งอย่างโกดัก (Kodak) ได้เริ่มจำหน่ายอุปกรณ์เสริมกล้องดิจิตอลในตระกูล EasyShare-One แล้ว โดยเป็นอุปกรณ์การ์ดสำหรับการเชื่อมต่อเครือข่ายไว-ไฟเช่นกัน

นิคอนนั้นมองว่าความสะดวกสบายจากการใช้งานเครือข่ายไร้สายจะช่วยกระตุ้นยอดขายกล้องดิจิตอลในตลาดได้ ซึ่งตัวเลขเม็ดเงินหมุนเวียนในตลาดกล้องดิจิตอลล่าสุดที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ คือราว 39,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2009 ตลาดกล้องดิจิตอลของสหรัฐฯในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2005 คึกคักกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2004 ที่ผ่านมา โดยตัวเลขรวมอยู่ที่ 9.7 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้นราว 20 เปอร์เซ็นต์ ตามข้อมูลจากบริษัทวิจัยไอดีซี

อย่างไรก็ตาม นักเขียนของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ David Pogue ออกมาวิจารณ์ว่านิคอนอาจจะไม่สามารถสร้างความฮือฮาให้กับผู้บริโภคด้วย Coolpix ได้ เพราะข้อจำกัดเรื่องการติดตั้งซอฟต์แวร์และการใช้งาน"กล้องนี้จะไม่สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์พีซีจนกว่าคุณจะติดตั้งซอฟต์แวร์ลงบนเครื่องก่อน ระหว่างนี้ก็ต้องต่อเชื่อมสายยูเอสบีไปด้วย และต้องทำการกำหนดค่าและตั้งชื่อการเชื่อมต่อหรือคอนเนคชัน ที่นิคอนเรียกมันว่า your profile (กล้องสามารถจำค่าได้สูงสุด 9 ชื่อคอนเนคชัน)" เขาเขียนไว้ในบทความ "กระบวนการเหล่านี้ยุ่งยากเกินไป ทำไม P1 ถึงไม่มีคุณสมบัติเช่นการตรวจจับเองโดยอัตโนมัติ หรือการเข้าสู่เครือข่ายข้อมูลไร้สายเองโดยอัตโนมัติอย่างที่พีดีเออย่างปาล์มหรือโน๊ตบุ้กทำได้" ขณะนี้นิคอนเปิดตัวเพียงเวอร์ชันเดียวคือสีดำโลหะ

รายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มที่ www.Nikon.comข้อมูลข่าวจาก manager.co.th

จากข่าวข้างต้นจะเห็นได้ถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง จากกล้องที่แต่ก่อนต้องใช้ฟิมล์จนมาถึงการถ่ายภาพและบันทึกผ่านอุปกรณ์บันทึก(พวกการ์ดต่างๆ) และขณะนี้มนุษย์ยังสามารถส่งภาพเหล่านั้นจากตัวกล้องได้โดยตรง โดยไม่ต้องใช้สายในการเชื่อมต่อกับเครื่อง PC อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องพิมพ์(Printer) ทำให้สามารถสั่งพิมพ์ได้เลยทันที ซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างความสะดวกสบายให้แก่มนุษย์ แต่อย่างไรก็ตามมนุษย์ก็ควรคำนึงถึงความเหมาะสมเกี่ยวกับการใช้งานด้วย มิใช่นำไปใช้ในทางไม่สุจริตหรือส่อไปในทางอนาจารและทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย และควรทำไปใช้ในทางที่สร้างสรรค์ต่อไป

วสุ สินธุสถิต4804125

ธรรมโมโลยี ธรรมะที่อยู่ใกล้คุณ


ธรรมโมโลยี:มีกิ๊ก (ก็) มีกรรม , กฎแห่งกรรมทำงานไม่มีวันหยุด , คนต้องสำราญ งานต้องสำเร็จ , แค่ปล่อย ก็ลอยตัว นี่เป็นตัวอย่างธรรมะฉบับ "เอสเอ็มเอส" ของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว . วชิรเมธี) ภายใต้ชื่อบริการ "ธรรมะ โมบาย" (คลิกรูปอ่านเรื่อง) กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นี่เป็นตัวอย่างธรรมะฉบับ "เอสเอ็มเอส" ของพระนักคิด นักวิชาการ อย่างพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว . วชิรเมธี) ภายใต้ชื่อบริการ "ธรรมะ โมบาย" ที่เปิดตัวแล้วเพื่อต้อนรับวันสำคัญทางพุทธศาสนา "อาสาฬหบูชา" ในวันนี้ เข้าถึงธรรมะผ่านมือถือ 


"อาตมาเห็นว่า การเผยแผ่ธรรมะไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่กำแพงวัดแคบๆ เพราะปัจจุบันโลกเปลี่ยนไป ก็ต้องตามให้ทัน ใช้ช่องทางเทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ อาตมาเรียกว่า ธรรมโมโลยี คือ ธรรมะบวกเทคโนโลยี พระใช้เทคโนโลยีไม่ผิด แต่ต้องใช้ในทางที่ถูกที่ควร ใช้เฉพาะเพื่อเผยแผ่ธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น" คำกล่าวของ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย ที่ล่าสุดได้จับธรรมะแทรกซึมเข้าไปยังอุปกรณ์ไฮเทคขวัญใจวัยรุ่น วัยทำงาน ด้วยหวังว่า "รสพระธรรม" คำสั่งสอนจากพระพุทธเจ้า จะซึมเข้าไปในจิตใจของคนได้มากยิ่งขึ้น "หากถามอาตมาว่า ธรรมะ โมบาย คืออะไร ก็คือ รูปแบบใหม่แห่งนวัตกรรมการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ไม่เคยล้ายุค ตกสมัย แต่ยังคงความสดใสใหม่ และอินเทรนด์อยู่เสมอ" ท่าน ว.วชิรเมธี บอกว่า ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ใช้มือถือในการรับข่าวสาร เช็คอีเมล นัดหมาย หรือแม้แต่ดูโทรทัศน์รายการต่างๆ ได้ผ่านมือถือ แต่สิ่งเหล่านี้เป็นการรับกิเลสเข้ามาทั้งนั้น จะดีไม่ใช่น้อยหากมือถือที่เราใช้อยู่มีเอสเอ็มเอสธรรมะสักวันละ 3 ข้อความ 
พร้อมย้ำว่า ถือเป็นวิธีการร่วมยุคร่วมสมัยในการส่งธรรมะไปถึงมือคนรุ่นใหม่ เราอยู่ในยุคเทคโนโลยี ก็ต้องใช้เทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ดึงเทคโนโลยีเผยแผ่ศาสนา 


จากข่าวข้างต้นนั้น ก็ได้แสดงให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีทางด้านโทรคมนาคมมาใช้ในการเผยแพร่ความรู้ทางด้านพุทธศาสนาสู่สังคม โดยถ้อยคำที่พระอาจารย์ได้ใช้ในการส่งเป็นข้อความ(SMS) ผ่านทางโทรศัพท์มือถือนั้นล้วนแล้วแต่เป็นข้อความที่เข้าใจง่าย อ่านแล้วมีความสนุกสนาน และยังได้รับข้อคิด คุณธรรมที่จะสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย 


ผมคิดว่าสังคมทุกๆวันนี้มีแต่ความเจริญทางวัตถุการ พัฒนาที่มุ่งไปสู่ความทันสมัยและเป็นไปตามกระแสของทุนนิยม(ที่มีลักษณะของความต้องการให้เป็นตะวันตก) ทำให้คนหลงลืมรูปแบบ เอกลักษณ์ และคุณธรรมดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ วัฏจักรในการดำเนินชีวิตของคนในปัจจุบัน ที่มุ่งแต่จะทำงานหาเงินทำให้คนเราห่างเหินจากธรรมมะและศาสนา วัดที่เคยเป็นศูนย์กลางของคนในชุมชนถูกลดความสำคัญลง เป็นเพียงสถานที่ที่ใช้สำหรับจัดงานศพและงานในวันสำคัญทางศาสนาเท่านั้น การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการเผยแพร่ความรู้ทางศาสนาจึงเป็นความคิดที่แยบยล และพ่วงด้วยการใช้ถ้อยคำที่เข้าใจง่ายกว่าในพระคัมภีร์ ทำให้ความรู้สามารถเข้าถึงคนได้ทุกชนชั้น สิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นถึงข้อดีของเทคโนโลยี ท่ผมคิดว่าควรได้รับการพัฒนาและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของสังคมให้ดำรงอยู๋และจรรโลงสังคมไทยต่อไป

วสุ สินธุสถิต

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2551

สื่อ sex ในอินเตอร์เน็ต จุดบอดหรือข้อดี?



ความทันสมัยย่อมเข้ามาควบคู่กับจุดดีจุดเสีย จะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้จำนวน
ผู้เข้ามาท่องโลก cyberspace มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกๆปี ทุกคนต่างต้องการแชร์ความรู้สึกของตัวเองเข้าไปในเว็บไชต์ อาจจกล่าวได้ว่าปัจจุบันเราได้เข้าสู่ยุคคนที่ไม่ต้องการเก็บความลับของตนเองอีกต่อไป ไม่ว่าจะผ่านทางข้อความ รูปภาพ เสียงเพลง แต่กระนั้นการแชร์ความรู้สึกส่วนตัวนั้นผู้แชร์ก็ควรจะมี"ขีดจำกัด" อยู่ด้วย เราจะพบเห็นว่ามีsurfer หลายต่อหลายคน แพร่ภาพที่ส่อไปในทางอนาจารของตนลงทางอินเตอร์เน็ต หรือการล่อลวง และชักชวนผู้อื่นไปทำอนาจารโดยใช้เครื่อข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็นับเป็นจุดบอดอย่างหนึ่งของเทคโนโลยีที่รัฐควรเข้ามามีบทบาทในการแก้ไข

ผมคิดว่าหลายๆท่านคงเคยประสบปัญหาในการเข้าเว็บไซต์บางเว็บไซต์ในสถานที่ราชการ เช่น มหาวิทยาลัย ( ในห้องสมุดของคณะติดๆ กับคณะมนุษย์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ ) พบว่าจะถูกบล็อคโดยเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเห็นว่ามีเนื่อหาที่เกี่ยวกับเรื่องทางเพศ หรือส่อไปในทางอนาจาร ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ดี

แต่จากการที่ผมได้เข้าใช้พบว่า ควรจะมีการจัดประเภทของสื่ออนาจารด้วย เนื่องจากบางเว็บไซต์ที่เจ้าหน้าที่ได้บล็อคไปนั้น แม้ว่าจะมีคำว่า "sex" ปรากฏอยู่ในเว็บก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่ก็ควรจะทำการตรวจดูเนื่อหาด้วย เพราะหลายเว็บไซต์นั้นเป็นเว็บไซต์ที่ให้ความรู้ มากกว่าที่จะส่อไปในทางอนาจาร ซึ่งผมคิดว่า ความรู้ในเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ และควรให้เยาวชนได้รับรู้ เพื่อที่จะได้หาทางป้องกัน และลดผู้ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมไปถึงลดปัญหาของการมีบุตรก่อนวัยอันควรอีกด้วย

ผมคิดว่าเว็บไซต์เหล่านี้จึงควรได้รับการดผยแพร่ และเป็นสิง่ที่ดีอย่างมากที่เทคโนโลยีสามารถที่จะช่วยให้การเผยแพร่ข้อมูล และความรู้ทางด้านเพศศึกษาให้เข้าถึงเยาวชนได้รวดเร็วขึ้น มากขึ้นและทำให้เยาวชนเข้าใจและใส่ใจในปัญหา หากไม่มีการวางแผนหรือการทดลองด้วยตนเองอย่าผิดๆถูกๆ



วสุ สินธุสถิต