วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2551

เลือกรับเทคโนโลยีใหม่ มาสร้างความทันสมัย


ทุกบ้านทุกเมืองต้องการเห็นความทันสมัยเกิดขึ้นด้วยกันทั้งสิ้น แต่ความทันสมัยที่เกิดขึ้นสามารถเป็นไปได้ทั้งที่เป็นความทันสมัย ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือเป็นความทันสมัยที่ด้อยพัฒนา

ความทันสมัยที่มาพร้อมกับการพัฒนา ต้องเป็นสิ่งที่ผู้คนในบ้านเมืองสามารถใช้ความทันสมัยนั้น ขยายศักยภาพของตน ได้อย่างมีความสุข เป็นความทันสมัยที่ทำให้ผู้คนรู้จักตนเองดีขึ้น รู้ขีดจำกัด และมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิตได้ต่อเนื่อง

ถ้าเป็นความทันสมัยที่ปราศจากการพัฒนาแล้ว ผู้คนจะมีทุกข์มากขึ้น ทั้งที่มีเงินมากขึ้น หรือทำงานได้รวดเร็วขึ้น หรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น การเลือกเส้นทางไปสู่ความทันสมัยจึงเป็นการตัดสินใจสำคัญของทุกบ้านทุกเมือง และความทันสมัยกับเทคโนโลยีย่อมเป็นของคู่กันอยู่เสมอ

ในการเลือกรับเทคโนโลยีใหม่ใดๆ มาสร้างความทันสมัยให้กับบ้านเมืองใด จึงต้องคำนึงถึงประเด็นนี้เป็นพิเศษ เลือกรับมาแล้วต้องเป็นความทันสมัยที่มาพร้อมกับการพัฒนา เลือกได้ดีผู้คนในบ้านเมืองก็มีชีวิตที่สะดวกสบายและเป็นสุข เลือกไม่ดีก็จะได้ชีวิตที่เร่งร้อนสับสนวุ่นวายท่ามกลางความทันสมัยที่ได้มานั้น การที่จะเลือกรับเทคโนโลยีใดมาใช้ในองค์กรใด ได้มีคำแนะนำจากนักปราชญ์เอาไว้ว่าต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังถึงสิบขั้นตอนด้วยกัน จึงจะเลือกได้เทคโนโลยีใหม่ที่นำไปสู่ความทันสมัยและมีพัฒนาการที่ดี

เริ่มต้นจากขั้นตอนแรก  ต้องรู้จักองค์กรของตนเองอย่างถ่องแท้ว่า ต้องการจะพัฒนาไปอย่างไร องค์กรมีความเข้มแข็งในด้านใด มีความอ่อนแออย่างไร มองเห็นโอกาสดีๆ อะไรบ้าง และมองเห็นภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นว่าจะมาจากเรื่องใด แล้วจึงแปลงความต้องการนี้ให้กลายเป็นโจทย์สำหรับเทคโนโลยีใหม่ต่างๆ ที่เสนอตัวมาเป็นเครื่องมือในการสร้างความทันสมัยให้กับองค์กรของเรา

ขั้นตอนที่สอง  เป็นการเปรียบเทียบเทคโนโลยีใหม่ต่างๆ ว่า เทคโนโลยีใดสามารถตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ได้ดีที่สุด หรือมากน้อยเรียงตามลำดับกันมา ถ้าโจทย์ชัดเจน การเลือกว่าเทคโนโลยีใดให้คำตอบ สำหรับการสร้างความทันสมัย ในแบบที่ต้องการได้นั้นก็ไม่ยาก ถ้าโจทย์ไม่ชัดเจนโอกาสเลือกผิดก็มีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ถ้าเลือกได้แล้วก็มาสู่ขั้นตอนที่สามคือ ดูว่าเงินที่เรามีอยู่นั้นพอจะจัดหาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่เลือกเอาไว้มาใช้งานได้หรือไม่ ถ้าเงินไม่พอจริงๆ ก็ต้องเลือกเทคโนโลยีตัวอื่นมาทดแทนกันไป ไม่ได้ดีที่สุดแต่ได้ที่ดีรองลงมา โดยไม่เป็นภาระกับกระเป๋าเงินมากเกินไปก็พออนุโลมใช้ได้

เมื่อผ่านสามขั้นตอนแรกไปเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนที่ต้องจัดซื้อจัดหาเทคโนโลยีใหม่นั้นมาดัดแปลงใช้งานในองค์กรของเรา เริ่มต้นจากขั้นตอนที่สี่ เป็นการลงมือจัดซื้อจัดหาซึ่งต้องมีการกำหนดรายละเอียดของสิ่งที่ต้องการจะได้ให้ชัดเจน ส่วนจะจัดซื้อแบบใด จะเป็นประมูลหรือตกลงราคาโดยตรงก็แล้วแต่ความเหมาะสมสำหรับองค์กรนั้นๆ ซื้อมาแล้วก่อนที่จะนำมาใช้งานได้จริง ก็เป็นธรรมดาที่ต้องมีการดัดแปลงแก้ไขเทคโนโลยีใหม่นั้น ให้เหมาะสมกับการทำงานในองค์กร

คนที่จะดัดแปลงเทคโนโลยีใหม่นี้ไม่ใช่ตัวเราเอง แต่เป็นเจ้าของผู้ขายเทคโนโลยีใหม่นั้นเป็นผู้ลงมือดัดแปลงให้ ซึ่งถือเป็น ขั้นตอนที่ห้า ในการเลือกรับเทคโนโลยีใหม่มาใช้งาน ดัดแปลงจนเต็มกำลังแล้ว ถ้าเทคโนโลยีใหม่นั้นยังไม่สามารถเข้ากับวิธีการทำงานแต่ดั้งเดิมขององค์กรเราได้ ก็ต้องก้าวไปสู่ขั้นตอนที่หก คือ หันกลับมาแก้ไขดัดแปลงกระบวนวิธีการทำงานของเราให้เข้ากันได้กับเทคโนโลยีใหม่ที่เลือกมาแล้วนั้น

เดิมเคยนั่งเกวียนไปทำงาน จะให้เกวียนวิ่งชิดซ้ายหรือชิดขวาก็ทำได้ตามใจชอบ จะหยุดหรือจะเลี้ยวเมื่อใดก็ทำได้เช่นกัน แต่พอเปลี่ยนมาเป็นการใช้รถยนต์ ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการขับรถให้แตกต่างไปจากการขับเกวียน ต้องขับชิดซ้ายจะหยุดจะเลี้ยวต้องมีการให้สัญญาณก่อน ซึ่งถ้าไม่ยอมเปลี่ยนแปลงวิธีการที่เคยทำอยู่แต่เดิม แล้วพยายามปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่ให้สอดคล้องกับวิธีการทำงานดั้งเดิม ก็จะกลายเป็นเปลี่ยนรถยนต์ ให้กลายเป็นเกวียนด้วยการสร้างข้อจำกัดต่างๆ มาล้อมกรอบรถยนต์จนกระทั่งมีรถยนต์ก็เหมือนมีเกวียน

เมื่อซื้อเทคโนโลยีใหม่มาแล้ว ดัดแปลงวิธีทำงานเรียบร้อยแล้ว พอถึงเวลาที่จะใช้งานกันจริงๆ คงไม่ใช่แค่เปลี่ยนปุ๊บใช้ได้ปั๊บ เหมือนการเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ต้องมีขั้นตอนที่เกี่ยวกับการให้การศึกษากับผู้คนในองค์กร เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ที่เลือกมานั้นอีกสี่ขั้นตอนด้วยกันคือ

ขั้นตอนที่เจ็ด  ต้องสร้างความเข้าใจในหมู่ผู้คนให้ทราบว่า เทคโนโลยีใหม่นั้นจะทำให้ชีวิตของผู้คนในองค์กรนั้นดีขึ้นได้อย่างไร  แต่ไม่ใช่เป็นการบอกกล่าวว่า มีเทคโนโลยีใหม่แล้วองค์กรจะค้าขายมีกำไรมากขึ้นอย่างไร  ต้องกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมั่นว่า ชีวิตจะดีขึ้น ทันสมัยขึ้น โดยมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน 

พอเริ่มมีผู้คนเข้าใจสักจำนวนหนึ่ง ก็ต้องส่งเสริมให้ผู้คนกลุ่มหัวก้าวหน้านี้มาทดลองใช้งานเทคโนโลยีใหม่นั้น และที่สำคัญยิ่งก็คือ ต้องพยายามอย่าให้เทคโนโลยีใหม่นั้นเกิดความผิดพลาดล้มเหลวแม้เพียงเล็กน้อยในช่วงนี้  เพราะจะสร้างความประทับใจในทางไม่ดีไปตลอด และแก้ไขกลับคืนมาได้ยาก ขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนที่แปด

ส่วนขั้นตอนที่เก้า  เป็นการฝึกอบรมและแนะนำวิธีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ให้กับผู้คนในองค์กร เพียงแค่ผู้คนในองค์กรรู้จักและพอใจกับเทคโนโลยีใหม่นั้นยังไม่พอ ต้องรู้วิธีใช้เทคโนโลยีใหม่นั้นด้วย

ขั้นตอนสุดท้าย ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะต้องคอยสนับสนุนผู้คนในการใช้เทคโนโลยีใหม่นั้นอย่างต่อเนื่อง มีปัญหาใดเกิดขึ้นก็ต้องมีคนมาช่วยแก้ไขหรือให้คำแนะนำจะเลือกเทคโนโลยีใหม่มาใช้พัฒนาองค์กรให้ทันสมัยมากเพียงใด ต้องขึ้นกับผู้คนในองค์กรนั้นเป็นสำคัญ ถ้าผู้คนใฝ่รู้ และพัฒนาตนเองอยู่อย่างต่อเนื่องแล้ว คงมีโอกาสที่จะได้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและสร้างความพัฒนาให้เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าผู้คนเอาแต่เรื่องง่ายๆ สบายๆ ผลสุดท้ายก็จะได้เทคโนโลยีแบบง่ายๆ สบายๆ ที่หวังอะไรมากไม่ได้ไปใช้งานแทน

ศิริพร อินทะจักร

ไม่มีความคิดเห็น: