ปัจจุบันเรามีสิ่งเสพย์ติดชนิดใหม่ที่ในรูปของสื่อดิจิทัล หรือที่รู้จักกันชื่อของสื่อ “อี” ซึ่งสื่อ อี นี้ไม่ได้อยู่ในรูปอัดเม็ดหรือแคปซูลตามที่เราเข้าใจกัน แต่เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อดิจิทัล ที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมชอบเสพและถอนตัวออกยากและเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง “อี” ตัวนี้เป็นอีที่กำลังฮิตในไซเบอร์สเปซ กล่าวคือ เป็น อี (e -) ที่ย่อมาจาก electronic และโดยทั่วไปในโลกของไอทีนั้น เรารู้ว่า "อี" ตัวนี้ถูกนำมาวางประกอบหน้าคำต่างๆ เพื่อบ่งบอกถึงสภาวะไฮเทคหรือ สถานะดิจิทัลในอินเทอร์เน็ต เช่น e-mail, e-commerce และ e-shop เป็นต้น
เมื่อกล่าวถึงสิ่งเสพย์ติด หรือสื่อเสพย์ติด คงต้องนึกถึงเยาวชนของชาติ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของสิ่งมอมเมาเหล่านี้ เพราะพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้รับการศึกษาที่ดีพอที่จะรับสื่อกับสื่ออิเลกทรอนิกส์ ในโลกแห่งโลกาภิวัฒน์นี้ จึงทำให้ไม่มีวิจารณญาณที่จะแยกแยะสิ่งจูงใจและมอมเมาที่สิ่งต่างๆรอบตัวว่าสิ่งดีหรือไม่ดีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้สภาพแวดล้อมที่เด็กเจริญเติบโตขึ้น พรั่งพร้อมไปด้วยสื่อและข่าวสารข้อมูล คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่เปรียบเสมือนอาวุธสองคม ที่สามารถให้โทษกับผู้ใช้เมื่อไหร่ก็ได้ กล่าวคือ เมื่อเด็กถูกปล่อยให้ใช้คอมพิวเตอร์เสพสื่อต่างๆ ตามลำพังโดยปราศจากการกำกับดูแลจากผู้ใหญ่ ก็อาจจะทำให้เด็กเสพสื่อเหล่านั้นจนไม่สามารถจะถอนตัวได้อีก เช่น อันตรายจาก Cyber-Pedophiles หรือพวกที่มีเจตนาลวงเด็ก คนประเภทนี้ แสร้งทำตัวเป็นเด็กเพื่อทำให้เด็กที่ตกเป็นเหยื่อตายใจ จากนั้นก็จะค่อยๆ หลอกล่อเพื่อกระทำอนาจารหรือปฏิบัติการทางเพศเป็นต้น ซึ่งบ่อยครั้งที่เรื่องเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วก็ตาม แม้แต่จะมีผู้ปกครองนั่งอยู่ในห้องข้างๆนั้น แต่ขาดความเฉลียวใจ จนนึกไม่ถึงว่าจะมีสิ่งเลวร้ายเช่นนี้เกิดขึ้น ฉะนั้นผู้ปกครองจำเป็นต้องสั่งสอนเด็กๆ ว่าอะไรควรไม่ควรในการพูดคุยกับคนแปลกหน้าในอินเทอร์เน็ต
ประเภทสองเป็นอันตรายจากสื่อลามกที่เปิดเข้าดูได้ง่าย ปัจจุบันการให้ความบันเทิงผู้ใหญ่ เป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่โตที่สุดบนอินเทอร์เน็ต สิ่งนี้ทำให้ง่ายต่อการที่เด็กจะเข้าไปเจอกับบทความ และภาพลามกอนาจารได้โดยบังเอิญ ขณะท่องเว็บหรือเด็กที่กำลังค้นหาข้อมูลเพื่อทำรายงานของโรงเรียนอย่างไม่ประสีประสาก็มีโอกาสที่จะเปิดเจอเว็บไซต์อนาจาร (Cyberporn) ได้เช่นกัน เพราะเว็บไซต์เหล่านี้มีอยู่เกลื่อนกลาดทั่วไปในเว็บ แต่ถึงจะมีซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ "จับตามอง" แต่ก็เป็นเพียงทางแก้ที่มีข้อจำกัดอะไรที่เป็นตัวบ่งชี้ว่า ลูกหลานของท่านกำลังเสพสื่อต่างๆทางอินเทอร์เน็ตจนติดเอาเข้าแล้ว ลูกของท่านใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินควรหรือไม่ มีไหมที่ลูกของเราดูหมกมุ่นอยู่กับออนไลน์แทนที่จะจับหนังสือเรียน เล่นกับเพื่อน หรือทำงานบ้าน เคยเห็นลูกเอะอะโวยวายหากถูกขัดระหว่างเล่นอินเทอร์เน็ตบ้างไหม เคยไหมที่คุณจับได้ว่าลูกแอบเข้าเวปไซต์ที่ถูกสั่งห้ามไว้คำถามตัวอย่างเหล่านี้ดูๆ แล้วหาคำตอบได้ไม่ยากแต่มีปัญหาอยู่ว่าเด็กที่ติดอินเทอร์เน็ตจนงอมแงมไปแล้ว มักจะโกหกว่าตนเองไม่ได้ติด เหมือนคนเมาเหล้าเมายาที่เที่ยวเถียงชาวบ้านว่าตนไม่ได้เมา …
อาทิตย์ วันเวียง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น