วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2551

ในหลวงกับวิทยุสื่อสารของไทย


ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช มหาราช พระผู้ทรงเป็นประมุขปกครองปวงชนชาวไทย ทรงสนพระทัยในเรื่องวิทยุสื่อสารเป็นอย่างมาก

ตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ เมื่อประทับอยู่ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พระองค์ได้ทรงซื้ออุปกรณ์เครื่องรับวิทยุ ทรงประกอบเป็นเครื่องรับวิทยุชนิดแร่ สามารถรับฟังวิทยุกระจายเสียงในยุโรปได้หลายสถานีและเมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับมาประทับอยู่ในประเทศ ไทยเป็นการถาวรในปีพุทธศักราช 2495 พระองค์ได้ทรงจัดตั้งสถานีวิทยุ อ.ส. ขึ้นในพระราชวังสวนดุสิต โดยชื่อสถานีวิทยุดังกล่าว ทรงนำมาจากอักษรย่อของพระที่นั่งอัมพรสถาน ซึ่งเป็นสถานที่ใช้ออกอากาศเป็นครั้งแรก ต่อมาจึงย้ายสถานีวิทยุ อ.ส. ไปตั้งในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐานเพราะพระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะทรงตั้งสถานีวิทยุ อ.ส. คือให้พสกนิกรมีโอกาสติดต่อกับพระองค์ได้ง่ายขึ้น พระองค์ทรงใช้สถานีวิทยุเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ติดต่อข่าวสารกับประชาชนและเพื่อแสดงให้ทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านพระราชทานให้กับประชาชนทุกคน ซึ่งนอกจากนี้ สถานีวิทยุ อ.ส. ยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในด้านต่างๆ จนกระทั้งมีการก่อตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ซึ่งในปัจจุบันนายขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาธิการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ สำนักพระราชวังทำหน้าที่เป็นนายสถานีวิทยุแห่งนี้

นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงสนพระทัยในด้านการสื่อสารเป็นอันมาก ตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ โดยได้ทรงเคยทดลองต่อสายไฟพ่วงขนานกับลำโพงขยายเสียงวิทยุส่วนพระองค์ จากห้องที่ประทับของพระองค์ไปยังห้องที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
ซึ่งพระองค์ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสื่อสาร ว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจทุกประเภท เป็นหัวใจสำคัญของความมั่นคงของประเทศและเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้อยู่ดีกินดี ดังจะเห็นได้จากการที่พระองค์ทรงใช้เครื่องมือสื่อสารพกติดพระองค์เพื่อประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆอยู่เสมอ เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงขาดไม่ได้คือ การสดับตรับฟังข่าวทุกข์สุขของประชาชน
ด้วยเหตุนี้ พสกนิกรชาวไทยทั่วทุกหมู่เหล่าจึงยกย่องสรรเสริญให้พระองค์เป็นสุดยอดแห่งพระอัจฉริยภาพในด้านการสื่อสารของประไทยและในพระปรีชาสามารถของพระองค์ พสกนิกรชาวไทยจึงน้อมนำเอาวิชาความรู้ที่พระองค์ทรงประทานให้มานำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและส่วนร่วมในด้านต่างมากมาย



อาทิตย์ วันเวียง

ประโยชน์จากระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สาย



ในปัจจุบันนั้นเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตได้พัฒนาก้าวหน้าขึ้นเป็นอย่างมาก จากในยุคแรกที่ต้องใช้โทรศัพท์บ้านในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งทั้งล่าช้าและหลุดบ่อย จนพัฒนามาเป็นระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงอย่าง ADSL แต่ในช่วงก่อนหน้านี้คอมพิวเตอร์ก็มักจะใช้สายเคเบิล
ในการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต และคอมพิวเตอร์ที่ใช้ก็มักจะเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในบางครั้งก็ทำให้เกิดความไม่สะดวก แต่ในทุกวันนี้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายหรือ wifi มีความแพร่หลายเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ในบางครั้งผมก็สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ในหลาย ๆ สถานที่ ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดของมหาวิทยาลัย ร้านกาแฟ เป็นต้น ซึ่งทำให้ผมได้รับความสะดวก
สบายเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ในบางครั้งผมก็สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ในหลาย ๆ สถานที่นอกจากที่บ้าน ขอมีเพียงแค่โน้ตบุ๊คเพียงแค่เครื่องเดียวเราก็สามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายได้ในหลาย ๆ สถานที่ ผมมักจะนัดเพื่อนมาทำรายงานที่ห้องสมุด เนื่องจากที่ห้องสมุดมีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายสำหรับใช้ในการสืบค้นข้อมูลในการทำรายงานได้โดยใช้โน้ตบุ๊คของตนเอง และที่สำคัญไม่ต้องไปแย่งใช้คอมพิวเตอร์กับคนอื่นในห้องคอมพิวเตอร์ ในบางครั้งถ้าผมเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ ก็จะมานั่งเล่นอินเตอร์เน็ตที่ห้องสมุด ซึ่งผมก็มักจะเล่นเกมออนไลน์ด้วยเพื่อเป็นการผ่อนคลายจากการเรียน


เมษ หมั่นพินิจ

การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน

ในปัจจุบันนั้นเทคโนโลยีมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมาก กล่าวคือเทคโนโลยีนั้นช่วยอำนวยความสะดวก และทำให้ชีวิตประจำวันของมนุษย์มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าขึ้นเป็นอย่างมาก หลาย ๆ สิ่งมีราคาไม่แพงและคนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น ซึ่งผมจะขอจะขอเล่าถึงประสบการณ์ของผมจากการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน สิ่งแรกเลยที่จะกล่าวถึงก็คือโทรศัพท์มือถือ 
ทุกวันนี้คงแทบจะไม่มีใครที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือเป็นของตนเอง แม้กระทั่งคนงานทำความสะอาดยังมีมือถือหรูกว่าผมเลย โทรศัพท์มือถือทำให้ชีวิตของผมสะดวกสบายขึ้นเป็นอย่างมาก ผมใช้โทรศัพท์มือถือในการติดต่อนัดแนะกับเพื่อนฝูง 


ไม่ว่าจะเพื่อนัดมาทำงาน กินข้าว ไปเล่นเกมส์ หรือแม้กระทั่งกินเหล้า ใช้โทรคุยกับพ่อแม่ยามที่เราเป็นโรคทรัพย์จาง หรือใช้แม้กระทั่งโทรจีบสาว นอกจากนี้ยังสามารถใช้ถ่ายรูปหรือฟังเพลงได้ถ้าต้องการ ใช้รับส่งข้อความ สิ่งที่ต่อมาที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ คอมพิวเตอร์นั่นเอง ผมใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงาน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ เล่นอินเตอร์เน็ตเป็นต้น คอมพิวเตอร์นั้นสามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้ผมทั้งในเรื่องของการทำงานและความบันเทิง




ในรูปแบบต่าง ๆ การที่คอมพิวเตอร์สามารถใช้ดูหนัง ฟังเพลง และเล่นเกมได้นั้น เปรียบเสมือนการรวมเอาความสามารถของเครื่อง
เล่นวีซีดี เครื่องเสียง และเครื่องเล่นวิดีโอเกมส์มาไว้ในเครื่องเดียว เรื่องสุดท้ายที่ผมจะพูดถึงก็คือการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต ตัวผมเองนั้นใช้อินเตอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูลในการทำรายงาน ติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ดาวน์โหลดโปรแกรม เช่น แอนตี้ไวรัส แพทซ์อัพเดตโปรแกรมต่าง ๆ คลิปวิดีโอ เพลงmp3เป็นต้น รวมไปถึงการใช้อินเตอร์เน็ตในการติดต่อพูดคุยกับผู้อื่นผ่านอีเมลและโรปแกรมเชทชื่อดังอย่าง MSN Messenger ซึ่งสะดวกรวดเร็ว และที่สำคัญฟรีอีกด้วย


เมษ หมั่นพินิจ