วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2551

ธรรมโมโลยี ธรรมะที่อยู่ใกล้คุณ


ธรรมโมโลยี:มีกิ๊ก (ก็) มีกรรม , กฎแห่งกรรมทำงานไม่มีวันหยุด , คนต้องสำราญ งานต้องสำเร็จ , แค่ปล่อย ก็ลอยตัว นี่เป็นตัวอย่างธรรมะฉบับ "เอสเอ็มเอส" ของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว . วชิรเมธี) ภายใต้ชื่อบริการ "ธรรมะ โมบาย" (คลิกรูปอ่านเรื่อง) กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นี่เป็นตัวอย่างธรรมะฉบับ "เอสเอ็มเอส" ของพระนักคิด นักวิชาการ อย่างพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว . วชิรเมธี) ภายใต้ชื่อบริการ "ธรรมะ โมบาย" ที่เปิดตัวแล้วเพื่อต้อนรับวันสำคัญทางพุทธศาสนา "อาสาฬหบูชา" ในวันนี้ เข้าถึงธรรมะผ่านมือถือ 


"อาตมาเห็นว่า การเผยแผ่ธรรมะไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่กำแพงวัดแคบๆ เพราะปัจจุบันโลกเปลี่ยนไป ก็ต้องตามให้ทัน ใช้ช่องทางเทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ อาตมาเรียกว่า ธรรมโมโลยี คือ ธรรมะบวกเทคโนโลยี พระใช้เทคโนโลยีไม่ผิด แต่ต้องใช้ในทางที่ถูกที่ควร ใช้เฉพาะเพื่อเผยแผ่ธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น" คำกล่าวของ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย ที่ล่าสุดได้จับธรรมะแทรกซึมเข้าไปยังอุปกรณ์ไฮเทคขวัญใจวัยรุ่น วัยทำงาน ด้วยหวังว่า "รสพระธรรม" คำสั่งสอนจากพระพุทธเจ้า จะซึมเข้าไปในจิตใจของคนได้มากยิ่งขึ้น "หากถามอาตมาว่า ธรรมะ โมบาย คืออะไร ก็คือ รูปแบบใหม่แห่งนวัตกรรมการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ไม่เคยล้ายุค ตกสมัย แต่ยังคงความสดใสใหม่ และอินเทรนด์อยู่เสมอ" ท่าน ว.วชิรเมธี บอกว่า ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ใช้มือถือในการรับข่าวสาร เช็คอีเมล นัดหมาย หรือแม้แต่ดูโทรทัศน์รายการต่างๆ ได้ผ่านมือถือ แต่สิ่งเหล่านี้เป็นการรับกิเลสเข้ามาทั้งนั้น จะดีไม่ใช่น้อยหากมือถือที่เราใช้อยู่มีเอสเอ็มเอสธรรมะสักวันละ 3 ข้อความ 
พร้อมย้ำว่า ถือเป็นวิธีการร่วมยุคร่วมสมัยในการส่งธรรมะไปถึงมือคนรุ่นใหม่ เราอยู่ในยุคเทคโนโลยี ก็ต้องใช้เทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ดึงเทคโนโลยีเผยแผ่ศาสนา 


จากข่าวข้างต้นนั้น ก็ได้แสดงให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีทางด้านโทรคมนาคมมาใช้ในการเผยแพร่ความรู้ทางด้านพุทธศาสนาสู่สังคม โดยถ้อยคำที่พระอาจารย์ได้ใช้ในการส่งเป็นข้อความ(SMS) ผ่านทางโทรศัพท์มือถือนั้นล้วนแล้วแต่เป็นข้อความที่เข้าใจง่าย อ่านแล้วมีความสนุกสนาน และยังได้รับข้อคิด คุณธรรมที่จะสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย 


ผมคิดว่าสังคมทุกๆวันนี้มีแต่ความเจริญทางวัตถุการ พัฒนาที่มุ่งไปสู่ความทันสมัยและเป็นไปตามกระแสของทุนนิยม(ที่มีลักษณะของความต้องการให้เป็นตะวันตก) ทำให้คนหลงลืมรูปแบบ เอกลักษณ์ และคุณธรรมดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ วัฏจักรในการดำเนินชีวิตของคนในปัจจุบัน ที่มุ่งแต่จะทำงานหาเงินทำให้คนเราห่างเหินจากธรรมมะและศาสนา วัดที่เคยเป็นศูนย์กลางของคนในชุมชนถูกลดความสำคัญลง เป็นเพียงสถานที่ที่ใช้สำหรับจัดงานศพและงานในวันสำคัญทางศาสนาเท่านั้น การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการเผยแพร่ความรู้ทางศาสนาจึงเป็นความคิดที่แยบยล และพ่วงด้วยการใช้ถ้อยคำที่เข้าใจง่ายกว่าในพระคัมภีร์ ทำให้ความรู้สามารถเข้าถึงคนได้ทุกชนชั้น สิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นถึงข้อดีของเทคโนโลยี ท่ผมคิดว่าควรได้รับการพัฒนาและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของสังคมให้ดำรงอยู๋และจรรโลงสังคมไทยต่อไป

วสุ สินธุสถิต

ไม่มีความคิดเห็น: